FilmPro Thailand
ฟิล์มกรองแสง
ฟิล์มอาคาร
VLT
VLR
UVR
IRR
TSER
ประหยัดพลังงาน

VLT VLR UVR IRR TSER คืออะไร? ถอดรหัสสเปคฟิล์มอาคารก่อนตัดสินใจติด

17/04/2569
FilmPro Thailand

VLT VLR UVR IRR TSER คืออะไร? ถอดรหัสสเปคฟิล์มอาคารก่อนตัดสินใจติด

ก่อนติดฟิล์มกรองแสงให้อาคารหรือออฟฟิศ เคยสงสัยไหมว่า VLT, VLR, UVR, IRR, TSER บนสเปคฟิล์มหมายความว่าอะไร? บทความนี้อธิบายให้เข้าใจง่าย พร้อมแนะนำว่าต้องดูค่าไหนก่อนเพื่อให้อาคารเย็นสบายและประหยัดพลังงานได้จริง


เวลาเลือกซื้อฟิล์มกรองแสงสำหรับอาคาร ออฟฟิศ หรือกระจกหน้าต่างบ้าน เชื่อว่าหลายคนต้องเคยเจอตัวอักษรแปลกๆ อย่าง VLT, VLR, UVR, IRR, TSER บนสเปคของฟิล์ม แล้วก็ส่ายหน้าไม่รู้จะเริ่มดูจากไหนดี วันนี้ Filmpro จะมาอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ว่าแต่ละค่าหมายถึงอะไร สำคัญแค่ไหน และต้องดูค่าไหนก่อนเพื่อให้อาคารเย็นสบายและประหยัดพลังงานได้จริง

1. VLT คืออะไร?

VLT ย่อมาจาก Visible Light Transmittance หรือค่าการส่องผ่านของแสงที่มองเห็นได้

ยิ่งตัวเลขต่ำ = ฟิล์มยิ่งเข้ม แสงธรรมชาติเข้ามาน้อย ยิ่งตัวเลขสูง = ฟิล์มยิ่งใส แสงเข้ามาได้มาก ในวงการฟิล์มอาคารมักเรียกความเข้มของฟิล์มตามระดับดังนี้

  • ความเข้ม 80 (VLT 5–10%) เข้มที่สุด กันแสงได้มากที่สุด เหมาะกับด้านทิศตะวันตกหรือพื้นที่ที่รับแดดจัดตลอดวัน
  • ความเข้ม 60 (VLT 15–20%) เข้มมาก ยังคงความเป็นส่วนตัวสูง นิยมใช้กับอาคารสำนักงานที่ต้องการลดแสงจ้าและความร้อน
  • ความเข้ม 40 (VLT 35–40%) ระดับกลาง สมดุลระหว่างแสงธรรมชาติและการลดความร้อน เหมาะกับออฟฟิศทั่วไป
  • ฟิล์มใส (VLT 50–80%) บางที่เรียกว่าความเข้ม 20 หรือฟิล์มใส แสงธรรมชาติเข้ามาได้มาก เหมาะกับล็อบบี้ ร้านค้า หรือพื้นที่ที่ต้องการรักษาวิวและความสว่าง แต่ยังต้องการกัน UV และความร้อนในระดับหนึ่ง

ข้อควรเข้าใจ: ความเข้ม (VLT) จัดการเฉพาะ "แสงที่ตามองเห็น" ซึ่งเป็นเพียงส่วนหนึ่งของความร้อนจากแดด ฟิล์มเข้มจึงกันร้อนได้มากขึ้นในส่วนนี้จริง แต่ "ไม่ได้แปลว่าเข้มกว่าเท่ากับกันร้อนรวมมากกว่าเสมอไป" เพราะความร้อนก้อนใหญ่กว่าคือรังสีอินฟราเรด (IR) ซึ่งดูที่ค่า IRR ไม่ใช่ VLT

2. VLR คืออะไร?

VLR ย่อมาจาก Visible Light Reflectance หรือค่าการสะท้อนแสงที่มองเห็นได้ บอกว่าฟิล์มสะท้อนแสงออกไปด้านนอกมากน้อยแค่ไหน

ค่า VLR สูง = กระจกดูเป็นกระจกเงาจากภายนอก ความเป็นส่วนตัวสูงในช่วงกลางวัน แต่ถ้า VLR สูงเกินไปอาจสร้างปัญหาแสงสะท้อนรบกวนอาคารข้างเคียงหรือการจราจรได้

  • VLR ต่ำกว่า 10% สะท้อนแสงน้อย กระจกดูใสเป็นธรรมชาติ
  • VLR 10–20% สะท้อนแสงปานกลาง พบได้ในฟิล์มอาคารทั่วไป
  • VLR 20%+ สะท้อนแสงสูง กระจกดูเป็นเงา ควรตรวจสอบข้อบังคับของอาคารก่อนใช้

3. UVR คืออะไร?

UVR ย่อมาจาก Ultraviolet Rejection หรือค่าการกันรังสี UV เป็น % ของรังสี UV ที่ฟิล์มสามารถกันได้

รังสี UV-A ทะลุกระจกได้ และเป็นตัวการทำให้พนักงานในออฟฟิศได้รับรังสีสะสมทุกวัน รวมถึงทำให้เฟอร์นิเจอร์ พรม และสีผนังซีดจางเร็วขึ้น ฟิล์มอาคารคุณภาพดีควรมี UVR สูงกว่า 99% แม้จะเป็นฟิล์มใส VLT สูงก็ตาม UVR เป็นค่าที่วัดด้วยวิธีมาตรฐาน จึงใช้เทียบข้ามยี่ห้อได้ค่อนข้างตรง

4. IRR คืออะไร?

IRR ย่อมาจาก Infrared Rejection หรือค่าการกันรังสีความร้อน เป็น % ของรังสีอินฟราเรดที่ฟิล์มสามารถกันได้

รังสีอินฟราเรด (IR) คือตัวการหลักที่ทำให้อาคารร้อนขึ้น โดยเฉพาะอาคารกระจกที่รับแดดตลอดวัน ยิ่ง IRR สูง ยิ่งลดภาระงานของระบบแอร์ได้มาก

  • IRR ต่ำกว่า 50% กันความร้อนได้น้อย เหมาะกับพื้นที่ที่ไม่โดนแดดโดยตรง
  • IRR 50–79% ระดับกลาง รู้สึกเย็นขึ้นชัดเจน เหมาะกับอาคารทั่วไป
  • IRR 80–89% กันความร้อนสูง ประหยัดค่าไฟแอร์ได้เห็นผล
  • IRR 90%+ เกรดพรีเมียม เหมาะกับอาคารสำนักงานขนาดใหญ่หรืออาคารกระจกที่รับแดดเต็มๆ ใช้เทคโนโลยี Nano Ceramic หรือ Spectrally Selective ช่วยลดค่าไฟได้อย่างมีนัยสำคัญ

ข้อควรรู้: IRR ก็มีจุดที่ต้องระวัง — ผู้ผลิตบางเจ้าวัดที่ช่วงคลื่นแคบ (เช่น 900–1000nm) ซึ่งทำให้ตัวเลขดูสูง ขณะที่บางเจ้าวัดทั้งย่าน IR เวลาเทียบ ควรถามว่าวัดที่ช่วงคลื่นใด เพื่อให้เทียบบนฐานเดียวกัน

5. TSER คืออะไร?

TSER ย่อมาจาก Total Solar Energy Rejected หรือค่าการกันพลังงานแสงอาทิตย์รวม ครอบคลุมทั้งรังสีอินฟราเรด แสงที่มองเห็น และรังสี UV รวมกัน เช่น ฟิล์มที่มี TSER 70% หมายความว่ากันพลังงานแสงอาทิตย์ได้ 70% ปล่อยเข้ามาเพียง 30%

TSER ใช้ดู "ภาพรวม" ของการกันความร้อนทั้งก้อนได้ดี แต่มีข้อควรระวังสำคัญ — TSER ไม่มีมาตรฐานกลางที่บังคับวิธีคำนวณ ผู้ผลิตแต่ละเจ้าสามารถเลือกสูตร เลือกชุดสเปกตรัม และเลือกเงื่อนไขการคำนวณได้เอง อีกทั้ง TSER ยังรวมผลของการคายความร้อนกลับ (re-radiation) ซึ่งตีความได้หลายแบบ ทำให้ตัวเลข TSER ของคนละยี่ห้อ นำมาเทียบกันตรงๆ ไม่ได้ — ตัวเลขที่สวยกว่าไม่ได้แปลว่ากันร้อนได้จริงมากกว่าเสมอไป

ถ้าต้องการเทียบการกันความร้อนรวมแบบเป็นธรรม ควรดูค่าที่วัดด้วยมาตรฐานเดียวกัน เช่น SHGC (Solar Heat Gain Coefficient) ซึ่งมีนิยามตามมาตรฐานสากล (NFRC/ASHRAE) ยิ่งค่าต่ำยิ่งกันความร้อนได้ดี หรือขอ ผลทดสอบจากห้องแล็บกลาง ที่วัดด้วยเงื่อนไขเดียวกันทุกยี่ห้อ

สรุป: เลือกดูค่าไหนก่อนสำหรับฟิล์มอาคาร?

  • ต้องการแสงธรรมชาติเข้าออฟฟิศ แต่ลดความร้อน → ดู VLT ระดับความเข้ม 40 และ IRR สูงๆ
  • ต้องการความเป็นส่วนตัวในเวลากลางวัน → ดู VLR และ VLT ความเข้ม 60–80
  • ต้องการปกป้องพนักงานและเฟอร์นิเจอร์จาก UV → ดู UVR ให้ได้ 99%+
  • ต้องการประหยัดค่าไฟแอร์อย่างจริงจัง → เน้น IRR สูง (และถามช่วงคลื่นที่วัด) เป็นหลัก
  • ต้องการเปรียบเทียบฟิล์มหลายรุ่นหลายยี่ห้อ → อย่าใช้ TSER เทียบตรงๆ เพราะไม่มีมาตรฐานกลาง ให้ดู SHGC หรือผลทดสอบจากแล็บกลางที่วัดด้วยเงื่อนไขเดียวกัน

หากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติมสำหรับอาคารของคุณ ทีมผู้เชี่ยวชาญของ Filmpro พร้อมสำรวจหน้างานและแนะนำฟิล์มที่เหมาะสมที่สุดครับ ติดต่อเราได้เลย!

ข้อมูลบทความ

ผู้เขียน

FilmPro Thailand

วันที่เผยแพร่

17/04/2569

หมวดหมู่

ฟิล์มกรองแสง
ฟิล์มอาคาร
VLT
VLR
UVR
IRR
TSER
ประหยัดพลังงาน

ต้องการคำปรึกษา?

ติดต่อผู้เชี่ยวชาญของเราเพื่อคำแนะนำเฉพาะ

© 2024 FilmPro Thailand. All rights reserved.

ผู้เชี่ยวชาญตัวจริงด้านฟิล์มอาคาร ด้วยประสบการณ์กว่า 40 ปี